Friend Zone เส้นเขตแบ่งระหว่างเพื่อนกับแฟน

คิดว่าทุกคนคงเคยได้ยินคำพูดภาษาอังกฤษอย่างคำว่า Zone กันมาบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่า Zone นี้หมายถึงอะไร หากจะให้อธิบายอย่างสั้นๆ Zone คือกรอบหรือเส้นแบ่งเขตแดนที่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าอยากจะเอาตัวเรานั้นไปไว้ในส่วนใดของเส้นเขตแดนนั้น บางคนอยากจะออกจาก Comfort Zone เพราะคิดว่าที่เป็นอยู่มันสบายมากเกินไป อยากจะออกไปหาความท้าทายใหม่ให้กับชีวิต หรือบางคนก็อยากจะออกจาก Friend Zone เพื่อก้าวข้ามเขตแดนของความเป็นเพื่อนกลายมาเป็นแฟน เหมือนกับหนังรักวัยรุ่นเรื่องหนึ่งที่กำลังจะลงจอในเร็ววันนี้ ที่มีจุดประสงค์ในการสื่อถึงเรื่องราวความรักปนดราม่าของเพื่อนชายหญิงสองคนที่สนิทกันมาก จนอยากจะก้าวข้ามสถานะของความเป็นเพื่อนเลื่อนมาเป็นแฟน

                เชื่อได้ว่าในปัจจุบันยังคงมีวัยรุ่นอีกหลากหลายคนที่ยังคงกักขังตัวเองอยู่ในเขตของ Friend Zone ใช้ชีวิตประมาณว่าแอบรักเพื่อนสนิทแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากบอกออกไป เพราะด้วยเหตุผลเพียงสั้นๆ คือการกลัวเสียเพื่อนที่แอบรักนั้นไป กลัวที่จะไม่ได้เป็นทั้งแฟนและเป็นทั้งเพื่อน จึงยินยอมที่จะทนเห็นเพื่อนที่แอบรักนั้นไปมีความรักให้กับคนอื่น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ายังคงมีคนประเภทนี้หลงเหลืออยู่ในสังคมจริง แต่จะดีกว่าไหมถ้าสามารถพาตัวเองก้าวข้ามผ่านเขตกักกันนั้นออกมาได้ หากใครที่กำลังแอบหลงรักแต่ไม่กล้าบอกรักเพื่อนสนิทขอแนะนำให้ทำตามขั้นตอนเพื่อพาตัวเองออกจาก Zone ดังนี้

                1. รักก็บอกว่ารัก

                ถ้าหากคุณกำลังกลัวที่จะเสียใจหากบอกรักเพื่อนสนิทไปแล้วแต่เขาปฏิเสธ นั้นแปลว่าคุณไม่ได้รักเขา เพราะความรักที่แท้จริง คือคุณต้องมีความสุขเมื่อเห็นเขามีความสุขต่อให้เขาไม่ได้มีความสุขร่วมกับคุณก็ตาม หากคุณกำลังกลัวที่จะเสียใจนั้นก็หมายความว่า คุณกำลังรักแค่ตัวเอง ไม่มีใครรู้หรอกว่าเมื่อบอกออกไปแล้วคำตอบจะเป็นอย่างไร แต่คุณสามารถรู้ได้ว่าอย่างน้อยก็ได้บอกความรู้สึกให้กับเพื่อนรักที่รักมากกว่าเพื่อนไปแล้ว

                2. ไม่รักก็แค่กลับไปเป็นเพื่อน

                เชื่อได้ว่าไม่มีเพื่อนคนไหนอยากจะตัดขาดจากความเป็นเพื่อนเพียงแค่ไม่ได้รักเพื่อนแบบแฟนอย่างแน่นอน ขอแค่เพียงคุณเข้าใจและยอมรับมันได้ ต่อให้ไม่ได้เป็นแฟนก็จะสามารถกลับมาเป็นเพื่อนได้ นอกเสียแต่ว่าตัวของคุณเองที่จะปิดกั้นและไม่สามารถยอมรับสถานะของความเป็นเพื่อนอีกต่อไปได้ ลองคิดดูเสียใหม่ให้ดีว่า อย่างน้อยถึงแม้เพื่อนจะไม่รักคุณแบบแฟนแต่เพื่อนก็ยังคงรักคุณแบบเพื่อน ซึ่งน่าจะดีกว่าการรักกันแบบไม่มีสถานะใดๆ

                3. ดูแลเหมือนเดิม

                ต่อให้จะมีโอกาสเลื่อนจากเพื่อนเป็นแฟนหรือต้องถอยหลังกลับมาอยู่ในสถานะเพื่อนดั่งเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงต้องเดินหน้าต่อและทำให้เหมือนปกติ คือการดูแลซึ่งกันและกันไม่ว่าจะในสถานะใด เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่จะสามารถสื่อให้เพื่อนรับรู้ได้ว่าคุณยังคงรักและยังอยากจะดูแลเขาตลอดไปไม่ว่าสถานะใดก็ตาม

                เช่นนั้นแล้ว หากใครที่กำลังติดอยู่ใน Friend Zone ขอให้ออกมาเถอะ เพราะผลของการก้าวออกมานั้นจะทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าได้อย่างสบายใจ ดีกว่าการกักขังตัวเองอยู่ในกรอบที่สร้างขึ้นโดยไม่รู้เลยว่านอกกรอบนั้นกำลังมีอะไรที่รอคุณอยู่