ชนชั้นทางสังคม ใครกันแน่ที่เป็นคนแบ่ง

จากกรณีข่าวของช่างภาพเยาวชนจิตอาสา ที่ได้ร่วมบันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เพื่อส่งไปยังหอจดหมายเหตุ โดยผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งได้ Post รูปเยาวชน 5 คน ในมือของแต่ละคนมีกล้องขนาดใหญ่อยู่ด้วย แต่ก็มีกระแสดราม่าเกิดขึ้น เมื่อมีผู้ใช้โซเชียลบางส่วนได้วิจารณ์เกี่ยวกับราคาของกล้องที่ค่อนข้างแพงและผู้ครอบครองยังเป็นเยาวชนที่อายุยังน้อย เลยได้เกิดคำวิจารณ์เช่น “ไม่รวยเป็นจิตอาสาไม่ได้นะจ๊ะงานนี้ แต่ก็โอนะทำให้ฟรี ๆ” ซึ่งก็มีผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากที่ออกมาปกป้องว่า น้องมีจิตอาสาที่จะช่วยเหลือสังคมและการที่ครอบครัวน้องจะร่ำรวยมีเงินซื้อกล้องตัวแพง ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะถือเป็นการสนับสนุนเด็ก ๆ ในสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่

การแบ่งชนชั้นทางสังคมไทยมีมาตั้งแต่สมัยอดีตและปัจจุบันก็ได้บางเบาลงไปค่อนข้างเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้สิ่งที่ตนเองถูกปลูกฝังตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ จากพ่อแม่ หรือสื่อละครมาขีดเส้นแบ่งให้ตนเองแตกต่างจากคนอื่น จากกรณีนี้ยังเห็นได้ว่า ภาพการแบ่งชนชั้นทางสังคมของไทยยังคงมีอยู่ ในขณะที่หลายคนเรียกร้องให้เกิดความเท่าเทียมกันทางสังคมแต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว ตนเองก็มีส่วนในการแบ่งชนชั้น ไม่ว่าจะเป็น รวยจน เก่งหรือไม่เก่ง มีชื่อเสียงหรือไม่มี หากเราได้ลองติดตามสังคมอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าความคิดของคนจำนวนไม่น้อยที่ตีกรอบให้กับตนเองโดยอ้างสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวและแสดงออกมาแบบดราม่าข้างต้น

หลายคนแสดงออกการแบ่งชนชั้นของตนเองมาในรูปแบบความอิจฉา กลายเป็นโกรธเกลียด หรือไม่ชอบใจบุคคลที่แตกต่างจากตนเองไปเลย แม้ว่าจะไม่มีใครมานั่งบอกหรือต่อว่า แต่กลุ่มคนลักษณะนี้จะชิงแบ่งแยกตนเองออกก่อน อีกนัยหนึ่งก็เพื่อแสดงจุดยืนและปกป้องตนเอง คิดว่าการกระทำดังกล่าวจะช่วยให้ตนเองรู้สึกสบายใจและทัดเทียมมากยิ่งขึ้น อาจเพราะมีปมภายในจิตใจหรืออยากมีแบบคนอื่นแต่ไม่มีแรงฮึดมากพอที่จะทำ แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม เราจะมักเห็นคนที่มักแสดงความเห็นแนวนี้ในโลกโซเชียลเสมอ หากมีคนรวยกว่า หน้าตาดีกว่า เก่งกว่า ก็จะมานั่งตัดพ้อกับโลกและกับตนเองว่าคงไม่มีและพยายามหาข้อเสียอื่น ๆ มาหักล้างข้อดีหรือความโชคดีของคนอื่น ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องการแบ่งแยกเลยด้วยซ้ำ

จะดีกว่าหรือเปล่า ถ้าเราเลิกโฟกัสชีวิตของผู้อื่นและหันมาใส่ใจให้กับชีวิตของตัวเราเอง หาความสุขในแบบฉบับของตนเอง ถ้าอยากรวยก็ตั้งใจทำหาความรู้หาช่องทางใหม่ ๆ ในการหาเงิน ถ้าอยากสวยก็หมั่นใส่ใจสุขภาพความงามของตนเองและต้องรู้จักรักตัวเราเองให้มากพอ แค่เรารู้จักรักตัวเองโดยที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เลิกหาเส้นแบ่งแยกหรือเปรียบเทียบชีวิตตัวเราเองกับคนอื่นเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ลองกลับไปถามตัวเองดี ๆ ว่าชนชั้นทางสังคมนี้ใครเป็นคนแบ่ง