กระแสความเป็นไทย ตามด้วยหัวใจหรือแค่แฟชั่น

สังคมปัจจุบันเป็นยุคสมัยที่รวดเร็ว และมีการสื่อสารที่ว่องไวแตกต่างจากการดำเนินชีวิตของคนยุคสมัยก่อน  กล่าวเพียงไม่นานมานี้ที่ประเทศไทยได้มีการดำเนินชีวิต โดยการพัฒนาทั้งด้านการเป็นอยู่ โครงสร้างพื้นฐาน วัฒนธรรม ความเชื่อ การกิน การเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป ทีละเล็กทีละน้อย เดิมเคยเป็นอย่างไร? ความรู้ความสามารถของมนุษย์เองก็ได้พัฒนา ออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการ เพื่อความสะดวกสบาย และเกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดอย่างคุ้มค่าที่สุด จนนาน ๆ ไปกิจวัตรที่เคย ๆ ทำ อาจมองเห็นว่าเป็นเรื่องที่ล้าสมัย จนหลงลืมทำแท้ที่สุดแล้วก็ได้เลือนหายไปทีละอย่าง สองอย่าง จนจะกลายเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่เคยมี

                ด้วยกระแสที่ค่อนข้างดีของละครที่ได้จัดทำออกมาในรูปแบบการอิงเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของการดำรงชีวิต การเป็นอยู่ การกิน การละเล่น ประเพณีต่าง ๆ วัฒนธรรม การปฏิบัติตัว การแต่งกาย คำพูด ซึ่งเป็นการถ่ายทอดวิถีชีวิตออกมาสู่สายตาผู้คนได้อย่างน่าสนใจ อย่างเช่น เรื่อง บุพเพสันนิวาส และอีกหลากหลายเรื่องราวผ่านหน้าจอทีวีมายังผู้ชมได้รับชมนั้น นอกจากกระแสที่เป็นเรตติ้งในทีวีแล้ว ยังมีกระแสของการปฏิบัติตาม เห็นดีงามคล้อยตามละครเช่น ความชื่นชอบของตัวละครนำไปสู่ความเชื่อมโยงของเรื่องราวที่ดีงามในประวัติศาสตร์ไทยยุคก่อน การเอาวัฒนธรรมของการกินของผู้คนยุคสมัยก่อนกลับมาเรียนรู้รื้อฟื้นความเป็นมาอีกครั้ง อีกทั้งการนำเอาวัฒนธรรมการแต่งกายมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน เกิดเป็นเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นน่าค้นหาและแปลกใหม่สำหรับรุ่นหลัง ๆ ทั้งผู้คนที่ต่างชื่นชอบทุกรุ่นทุกระดับ ทุกสาขาอาชีพ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ละครได้นำเสนอด้านดี ๆ ของการใช้ชีวิตที่สามารถให้ข้อคิด และแนวทางการดำเนินชีวิตหลาย ๆ อย่าง เฉกเช่นความสุขที่พอเพียง ที่ผู้คนสามารถหยิบยกเอามาเป็นสิ่งที่จรรโลงใจว่ายุคนี้เป็นยุคที่ผู้คนมีความต้องการที่ไม่สิ้นสุด มีความสรรหาเพื่อความสะดวกสบายของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากละครในยุคสมัยก่อนเป็นอย่างมาก การเป็นอยู่ในฉากละครที่แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่าย สถานที่ต่าง ๆ ที่มาเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันน่าประทับใจ ก่อเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ การท่องเที่ยวเชิงศึกษา ก่อให้เกิดคุณค่าทางวัตถุและทางจิตใจมากมายเลยทีเดียว

                อย่างไรก็ตาม หากกระแสที่เกิดจากละครจะลดลงไป สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นคำถามในใจหลาย ๆ คนว่า ความยั่งยืนของวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ วิถีชีวิตการเป็นอยู่ การกิน รวมไปถึงการแต่งกายจะห่างหายจากความรู้สึก หรือความทรงจำของใครหลาย ๆ คนหรือไม่? กาลเวลาที่ผ่านไปยังจะหลงเหลือความเป็นเอกลักษณ์และดั้งเดิมอย่างไร? ใครที่จะเป็นคนสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีรุ่นต่อไป ก็ยังเป็นคำถามที่ใครหลาย ๆ คนต่างคิดขึ้นมา หรืออาจมองข้ามกันไปเสียด้วยซ้ำว่าไม่ใช่หน้าที่ใครที่จะต้องทำอะไรที่ล้าสมัยเกินกว่าจะตามทันกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกขณะ นั่นเองเป็นสัญญาณว่าวัฒนธรรมประเพณีความเป็นไทยจะถูกกลืนกินไปกับกระแสสังคมที่ถูกพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง จนจะเลือนลางหายไปเพราะหากเราต้องตามโลกที่เปลี่ยนไปอะไรที่เคยคงเดิมก็จะเปลี่ยนไปอย่างแนบเนียนโดยไม่รู้ตัว